news

เคล็ดลับการทำ อาหารหมา สำหรับสัตว์เลี้ยงที่ป่วยเป็นโรคไต (Kidney Disease)

เคล็ดลับการทำ อาหารหมา สำหรับสัตว์เลี้ยงที่ป่วยเป็นโรคไต (Kidney Disease) สำหรับผู้เลี้ยงที่มีน้องหมาน้องแมวสูงอายุ ต่างกังวลใจกับโรคนี้มาก ขอให้ลองเอาความรู้ของหมอไปปรับใช้ดู เพื่อช่วยบรรเทาความเจ็บปวด และยืดอายุไปให้นานที่สุดนะครับ

ปัญหาโรคไตในสัตว์เลี้ยงนับเป็นอีกหนึ่งโรคที่สร้างความกังวลใจแก่เจ้าของสัตว์เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะสุนัขและแมวที่อยู่ในภาวะสูงอายุจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นและเป็นกันแทบทุกตัว แต่โรคนี้ก็สามารถเกิดในสัตว์เลี้ยงอายุน้อยได้เช่นกัน โดยสาเหตุสำคัญที่ทำให้เป็นโรคไต คือ สุนัขและแมวได้รับสารเคมีหรือสารสังเคราะห์เข้าสู่ร่างกายเป็นเวลานาน จากการเลี้ยงดูที่ไม่เหมาะสมส่งผลให้พวกเขาเป็นโรคไตได้เร็วขึ้น (อาจฟังดูงงหน่อย แต่เดี๋ยวถ้าอ่านไปเรื่อยๆก็จะเข้าใจถึงที่หมอสื่อเองนะ)

และเนื่องจากไตเป็นอวัยวะที่มีความสำคัญต่อร่างกายมาก หน้าที่หลักของไตคือ กรองเอาของเสียออกจากเลือด รักษาสมดุลของสารน้ำและแร่ธาตุในร่างกาย รวมถึงทำหน้าที่คล้ายต่อมไร้ท่อ ผลิตฮอร์โมนที่ควบคุมความดันเลือดและสร้างเม็ดเลือดแดง เมื่อไตมีปัญหาย่อมส่งผลให้ระบบอื่นในร่างกายมีผลกระทบตามไปด้วย

ปัจจัยหลายอย่างที่ส่งผลให้สัตว์เลี้ยงเป็นโรคไตได้ มีดังนี้ครับ

สาเหตุแรกที่หมอไม่พูดถึงคงไม่ได้ นั่นคือ “อาหาร” คงปฏิเสธไม่ได้ว่าน้องหมาน้องแมวในบ้านเราส่วนใหญ่กินอาหารสำเร็จรูปเป็นหลัก ซึ่งอาหารสำเร็จรูปทุกชนิดล้วนมีส่วนผสมของวัตถุดิบกันเสีย สารกันบูด สารแต่งกลิ่นและรส โดยจะมีมากหรือน้อยนั้นขึ้นอยู่กับคุณภาพและราคา การให้กินอาหารประเภทนี้ไปนานๆเป็นเสมือนระเบิดเวลาที่ก่อให้เกิดปัญหาที่ไตไม่ช้าก็เร็ว

*โดยส่วนตัวหมอไม่สนับสนุนให้น้องหมาน้องแมวกินอาหารประเภทนี้อยู่แล้วครับ เพราะมันไม่ถูกหลักธรรมชาติ แต่เราควรให้พวกเขากินอาหารสดดิบที่เหมาะกับระบบย่อยอาหารของพวกเขา และมีคุณค่าทางโภชนาการมากกว่า ไม่ก็กินอาหารปรุงสุกแบบถูกหลัก (ซึ่งเหตุผลที่ควรให้อาหารประเภทนี้ หมอเคยเขียนอธิบายไปแล้วครับ ลองกลับไปอ่านบทความย้อนหลังกันเอาเองนะ)

แต่ถ้าไม่มีเวลาทำอาหาร หรือไม่สะดวกจริงๆ ขอให้เลือกซื้ออาหารสำเร็จรูปเกรด “ซุปเปอร์พรีเมี่ยมแบบโฮลิสติค” เพราะจะใช้วัตถุดิบเกรดเดียวกันกับที่คนทาน ไม่มีส่วนผสมที่เป็นเมล็ดธัญพืช ปราศจากสารเคมีและไร้สารสังเคราะห์ อีกทั้งมาตรฐานการผลิตยังทันสมัยกว่า แต่ก็ต้องแลกกับราคาที่ค่อนข้างสูง (1 กก. ราคาอยู่ที่ 350-400 บาท) ซึ่งหมอว่าให้อาหารสดดิบยังถูกกว่าอาหารสำเร็จรูปแบบนี้อีกนะ แค่ต้องเสียเวลาเตรียมก็เท่านั้น แถมประโยชน์ยังมากกว่าด้วย

นอกจากปัจจัยเรื่องอาหารแล้ว พฤติกรรมบางอย่างของตัวสัตว์เลี้ยงเองก็ส่งผลให้เป็นโรคไตก่อนวัยอันควรได้ เช่น กินน้ำน้อย ชอบกินน้ำในกระถางต้นไม้ที่ใส่ปุ๋ย ชอบเลียน้ำตามพื้นไม่สะอาด หรืออยู่ในสภาวะแวดล้อมที่เสี่ยงต่อการรับสารพิษได้ง่าย เช่น ในโรงงาน โรงรถ หรือ หรือสนามหญ้าที่มียาฆ่าแมลง

*และอีกสาเหตุที่ทำให้เป็นโรคไตแบบคาดไม่ถึง คือ การใช้ผลิตภัณฑ์สารเคมีกับพวกเขามากเกินไป ทั้งแชมพูยา ,ยาป้องกันเห็บหมัด หรือการกินยารักษากลุ่มสเตียรอยด์ รวมถึงการปล่อยให้สัตว์เลี้ยงมีปัญหาสุขภาพช่องปากนานๆ เช่น ฟันผุ มีคราบหินปูนเกาะ หากปล่อยให้ร่างกายสะสมสารเคมีและเชื้อโรคพวกนี้นานๆ ก็ส่งผลให้เป็นโรคไตได้เหมือนกันครับ

แต่ก่อนที่หมอจะแนะนำการเตรียมอาหารในสัตว์เลี้ยงที่ป่วยเป็นโรคไต เบื้องต้นอยากให้ผู้เลี้ยงทุกคนเข้าใจก่อนว่า โรคไตวายในสัตว์เลี้ยงนั้น แบ่งได้เป็น 2 กลุ่ม คือ แบบเฉียบพลัน (Acute renal failure) และแบบเรื้อรัง (Chronic Renal Failure)

ภาวะไตวายแบบแรก มักเกิดจากอุบัติเหตุเฉียบพลัน เช่น เผลอไปกินสารพิษในปริมาณมาก ,กระเพาะปัสสาวะฉีกขาดจากอุบัติเหตุรถชน ,ผลกระทบจากการเป็นนิ่วและโรคเบาหวาน หรือการติดเชื้อในกระแสเลือดจากแบคทีเรียกลุ่ม Leptospirosis ถ้าน้องหมาน้องแมวเป็นโรคไตแบบนี้ จำเป็นต้องรีบพาไปรักษาให้เร็วที่สุด เพราะถ้าไม่รีบจัดการ สัตว์อาจเกิดภาวะ “ช็อค” ถึงขั้นเสียชีวิตได้ในเวลาไม่กี่ชม แต่ถ้ารับการรักษาทัน ไตยังสามารถกลับคืนสู่สภาพเดิมได้อยู่ครับ

แต่ส่วนใหญ่ปัญหาโรคไตที่พบในสัตว์เลี้ยงมักจะเป็นแบบที่สอง คือเป็นโรคไตวายชนิดเรื้อรัง** และเป็นภาวะที่มีความสัมพันธ์กับอายุโดยตรง กล่าวคือ เมื่อสัตว์อายุมากขึ้น (เฉลี่ยมากกว่า 7 ปีขึ้นไป) หน่วยไตจะค่อยๆ เสื่อม และลดปริมาณลงตามกาลเวลา หน่วยไตที่เสียหายแล้วร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นมาทดแทนได้ใหม่ ส่วนที่ยังเหลืออยู่ จะต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อทำหน้าที่ชดเชยหน่วยไตที่เสียไป โดยถ้าพาสัตว์เลี้ยงไปตรวจที่สถานพยาบาลสัตว์แล้วคุณหมอยืนยันว่าเป็นระยะนี้ ความจริงที่ผู้เลี้ยงทุกคนควรทราบคือ ไตได้สูญเสียการทำงานไปมากกว่า 60-75%แล้ว

โดยอาการต่างๆ ที่พบในสุนัขและแมวที่เป็นโรคไตจะมีลักษณะคล้ายกัน ได้แก่ ฉี่บ่อย กินน้ำบ่อย ปากเหม็น เหงือกซีด เริ่มอาเจียน ถ้าเป็นมาก น้ำหนักตัวจะเริ่มลด อึเป็นสีดำและมีแผลในช่องปาก และมีภาวะโลหิตจาง ที่เป็นแบบนี้เนื่องจากหน่วยกรองไตพังไปเยอะ ทำให้ไม่สามารถฟอกของเสียได้เต็มที่ สิ่งที่ตามมาคือ จะเกิดการสะสมของเสียทั่วร่างกาย และสัตว์จะแสดงอาการออกมาอย่างที่เห็น

ถ้าน้องหมาน้องแมวเป็นโรคไตระยะนี้ มักจะรักษาไม่หายขาดแล้วครับ การรักษาส่วนใหญ่ที่เราคุ้นเคยกันดี คือ สัตวแพทย์จะรีบให้น้ำเกลือและสารน้ำ เพื่อปรับสมดุลกรด-ด่างและแร่ธาตุ รวมทั้งให้ยาอื่นๆมากินอีกมากมายที่ช่วยให้ระบบร่างกายกลับเป็นปกติมากที่สุด (ถ้าผู้เลี้ยงท่านใดมีกำลังหน่อยก็ให้ฟอกไตเหมือนคนไปเลย) แต่พอหยุดยาหรือหยุดให้น้ำเกลือเมื่อไร อาการจะทรุดหนักกว่าเดิมเร็วมาก เพราะการรักษาแบบนี้เป็นแค่การ “ประคับประคองอาการ”และแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ

แต่ไม่ว่าจะเป็นโรคไตแบบเฉียบพลันหรือเรื้อรัง การให้อาหารที่มีโภชนาการเหมาะสมแก่สัตว์ที่ป่วยเป็นโรคไต จะช่วยฟื้นฟูสุขภาพได้ดียิ่งขึ้น ลดการสะสมของเสียในร่างกาย รวมถึงช่วยชะลอความรุนแรงของโรค ช่วยยืดอายุของพวกเขาได้อีกนาน

เมื่อเราทราบว่าสัตว์เลี้ยงของเราเป็นโรคไตแน่นอนแล้ว ก็มาถึงขั้นตอนการจัดการโดยใช้ด้านโภชนาการเข้ามาช่วยรักษา โดยการทำอาหารให้สุนัขและแมวที่เป็นโรคไต มีเคล็ดลับสำคัญ อยู่ 5 ข้อ ดังนี้ คือ

1.ให้อาหารที่มีฟอสฟอรัส โพแทสเซียมและโซเดียมต่ำ นี่เป็นเรื่องแรกที่ต้องคำนึงมากที่สุดเลยนะครับ โดยถ้าเราพาน้องหมาน้องแมวไปตรวจค่าไตแล้วพบว่า ค่า Bun มากกว่า 80 และค่า Creatinine มากกว่า 3 แสดงว่าร่างกายพวกเขาอาจเข้าสู่ภาวะโรคไตวายเรื้อรังแล้ว ส่งผลให้ประสิทธิภาพในการกรองของเสียที่ไตลดลง และไม่สามารถขับสารทั้งสามตัวนี้ออกจากร่างกายได้ สุนัขและแมวก็จะมีอาการต่างๆตามที่หมอได้อธิบายไป

*โดยอาหารที่ควรหลีกเลี่ยงในกลุ่มนี้คือ เครื่องในทุกชนิด อาหารสำเร็จรูปที่มีการใส่สารกันบูดและสารปรุงแต่งต่างๆ อาหารคนที่ผ่านการปรุงรสชาติมา อาหารที่มีความเค็ม เนื้อสัตว์แปรรูป นม โยเกิร์ต ไข่แดง รวมทังผักผลไม้ที่ควรหลีกเลี่ยง เช่น แครอท ผักโขม ฟักทอง กล้วย มะละกอ

2.จำกัดปริมาณโปรตีน โดยเน้นให้กินอาหารประเภทโปรตีนคุณภาพ ปกติไตจะทำหน้าที่กำจัดของเสียที่เกิดจากร่างกายเผาผลาญโปรตีนเช่น ไนโตรเจน หากไตเสื่อมจะไม่สามารถกำจัดของเสียเหล่านี้ได้ แต่ถ้าผู้เลี้ยงเลือกให้อาหารที่มีโปรตีนคุณภาพดี ร่างกายของพวกเขาจะนำเอาโปรตีนไปใช้ได้อย่างเต็มที่ทำให้มีของเสียเกิดขึ้นน้อย ไตจึงไม่ต้องทำงานหนัก

โดยอาหารที่เป็นโปรตีนคุณภาพดีที่หมออยากแนะนำให้ใช้เป็นส่วนผสมหลัก คือ “เนื้อปลาน้ำจืด” (ถือเป็นหัวใจหลักเลยนะ) รองลงมาคือไข่ขาว ปลาทะเล เนื้อเป็ด และเนื้อไก่ โดยจากประสบการณ์ของหมอ เนื้อปลาที่สุนัขย่อยง่ายและไม่เลือกกินมาก ได้แก่ ปลานิล ปลากระพง ปลาแซลม่อน และปลาดอลลี่

**แต่การจำกัดปริมาณโปรตีนว่าจะให้มากหรือน้อย ต้องดูที่ค่าไตของสัตว์เลี้ยงด้วย ดังนั้นอย่าลืมขอคำแนะนำจากสัตวแพทย์ผู้ให้การรักษาโรคไตจะดีที่สุดนะครับ

3.เสริมพลังงานโดยเพิ่มอาหารในกลุ่มคาร์โบไฮเดรตและไขมัน เมื่อลดปริมาณโปรตีนลงเราจึงต้องเพิ่มคาร์โบไฮเดรต ได้แก่ ข้าว หรือ เส้นหมี่ รวมถึงอาหารที่มีไฟเบอร์ได้แก่ แอปเปิ้ล และฝรั่ง (การใช้ไฟเบอร์เป็นแหล่งพลังงาน สามารถช่วยลดปริมาณโปรตีนในอาหารลงได้ และเป็นการลดของเสียที่จะตามมาได้อีกทางหนึ่ง)

ส่วนไขมันสามารถให้ได้ โดยหลีกเลี่ยงไขมันจากสัตว์พวกเนื้อติดมันต่างๆ แต่ให้ไขมันคุณภาพดี เช่น น้ำมันปลาแซลม่อน ที่มีโอเมก้า3และ6 จะช่วยลดการอักเสบ รวมถึงน้ำมันมะกอกและน้ำมันมะพร้าวที่ช่วยป้องกันไตไม่ให้เสื่อมไปกว่าเดิม

4.พิจารณาเลือกให้ประเภทอาหารตามระดับความรุนแรงของไต สัตว์ที่ป่วยเป็นโรคไตจะมีความอยากอาหารน้อย ดังนั้นการเปลี่ยนมาให้อาหารแนวบาร์ฟหรืออาหารปรุงสุกจะช่วยกระตุ้นการกินได้มากกว่าอาหารสำเร็จรูป โดยถ้าเป็นไตวายระยะแรก การให้อาหารแนวบาร์ฟแบบถูกสัดส่วนจะช่วยฟื้นฟูไตได้ แต่ถ้าเป็นไตวายระยะสุดท้าย ควรเปลี่ยนมาให้อาหารปรุงสุกจะดีกว่า เพราะอาหารดิบ พวกโครงไก่ เนื้อสัตว์ และเครื่องใน จะมีฟอสฟอรัสสูงอาจส่งผลให้ไตทำงานหนักมากกว่าเดิม

5.เสริมวิตามินและสารอาหารที่ช่วยชะลอความเสื่อมและเพิ่มการทำงานของไต นอกจากการปรับอาหารให้เหมาะกับสภาวะโรคไตแล้ว การเสริมวิตามิน แร่ธาตุ และสมุนไพรที่ช่วยให้ไตทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน โดยวิตามินที่ควรเสริมให้มีดังต่อไปนี้

-น้ำมันปลาแซลม่อน (Salmon Oil or EPA Fish Oil) มีกรดไขมันโอเมก้า 3 และ 6 จะช่วยเสริมประสิทธิภาพการทำงาน และลดการอักเสบที่ไต ช่วยเพิ่มการหมุนเวียนของเลือดทำให้เลือดไปเลี้ยงที่ไตได้มากขึ้น

-โคเอนไซม์คิว 10 (COENZYME Q10) เป็นสารอาหารสำคัญที่ช่วยให้สุขภาพโดยรวมแข็งแรง บำรุงอวัยวะที่ทำงานหนักโดยเฉพาะไต ช่วยกำจัดสารพิษที่ตกค้างในร่างกาย ผลการวิจัยยังพบว่าเมื่อให้สุนัขทานวิตามินตัวนี้อย่างต่อเนื่องจะช่วยลดปริมาณของเสียที่สะสมทีไตได้ (ค่าCreatinineจะลดต่ำลง)

-วิตามินบีรวม ( Vitamin B Complex) ช่วยเสริมความแข็งแรงของระบบภูมิคุ้มกัน ป้องกันการเกิดนิ่วในไต ช่วยให้ร่างกายดูดซึมโปรตีนและไขมันไดัดีขึ้น ช่วยชะลอภาวะไตวายเรื้อรัง โดยสัตว์จะแสดงอาการเจ็บป่วยน้อยลง

-โปรไบโอติกส์สำหรับสัตว์เลี้ยง (Probiotics) ช่วยในการดูดซึมวิตามินและแร่ธาตุ ทำให้ยารักษาไตที่สัตว์ป่วยทานเข้าไปออกฤทธิ์การรักษาดีขึ้น ช่วยในการผลิตวิตามิน K และ B โดยเฉพาะ folic acid และ biotin ที่ช่วยเสริมการทำงานของไต

-เอนไซม์ช่วยย่อยสำหรับสัตว์เลี้ยง (Digestive Enzyme) เพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึมสารอาหารประเภทโปรตีนและไขมันที่กระเพาะและลำไส้ ทำให้สัตว์ป่วยสูญเสียสารอาหารน้อยลง และช่วยเสริมภูมิต้านทานโรค

-เบกกิ้งโซดา หรือ โซเดียมไบคาร์บอเนต (Baking Soda) เนื่องจากถ้าสัตว์ป่วยเป็นโรคไตมาสักพักหนึ่ง จะเริ่มอาเจียนบ่อยขึ้น เนื่องจากร่างกายมีภาวะความเป็นกรดสูง* ผู้เลี้ยงจำเป็นต้องเสริมสิ่งนี้ลงไปในอาหาร เพื่อเพิ่มความเป็นเบสในร่างกายให้มากขึ้น (คล้ายกับที่เราต้องพาสัตว์ป่วยไปให้น้ำเกลือและสารน้ำ เพื่อช่วยปรับสมดุล กรด-เบส ในร่างกายให้กลับมาคงเดิม)

**การให้วิตามินเสริมควรอยู่ในความดูแลสัตวแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญด้านโภชนาการ เพราะถ้าเสริมปริมาณไม่ถูกต้องอาจทำให้เกิดผลเสียต่อร่างกายสัตว์ป่วยได้**

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

อีกเรื่องที่หมออยากฝากให้ผู้เลี้ยงทุกคนเข้าใจให้ตรงกันว่า “โรคไตวายเรื้อเรื้อรังไม่มีทางรักษาให้หายขาด ทำได้แค่ประคับประคองอาการไปตลอดชีวิต” แต่การวางแผนจัดการอาหารที่ดีและเหมาะสมจะช่วยชะลอความเสื่อมของไตได้ อีกทั้งช่วยยืดอายุ และทำให้ชีวิตบั้นปลายของพวกเขาดีขึ้น ที่สำคัญคือโรคนี้จำเป็นต้องได้รับการดูแลจากเจ้าของมากๆ เพราะน้องหมาหรือน้องแมวที่เป็นโรคนี้จะค่อนข้างทรมาน และไม่มีทางอยู่ในสภาพสมบูรณ์เหมือนเดิมอีก

แต่การปรุงอาหารเองนั้นต้องคำนึงด้วยว่า การทำอาหารแต่ละมื้อมีให้สารอาหารต่างๆ ครบถ้วนตามความต้องการของสัตว์ค่อนข้างยุ่งยากพอสมควร ถ้าผู้เลี้ยงไม่มั่นใจควรปรึกษาสัตวแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญด้านโภชนาการโดยตรง เพื่อแน่ใจด้วยว่าสัตว์ป่วยจะได้รับประโยชน์สูงสุด

ดังนั้น ถ้าไม่อยากให้ลูกรักของเราของเราป่วยเป็นโรคไต ก็ควรเริ่มต้นดูแลเรื่องโภชนาการที่ถูกต้อง และพาเขาไปตรวจเช็คสุขภาพตั้งแต่วันนี้ ถ้าหากพบว่ามีความผิดปกติก็ควรรีบรักษาทันที เพื่อช่วยยืดอายุของพวกเค้าให้ยืนยาวต่อไปและเจ็บปวดจากโรคนี้น้อยที่สุด หมอเป็ดขอให้ผู้เลี้ยงทุกท่านนำความรู้นี้ ไปทำอาหารสำหรับสัตว์ป่วยโรคไต และอย่าลืมให้การรักษาและดูแลน้องหมาน้องแมวที่ป่วยเป็นโรคไตให้ดีที่สุดนะครับ